คำพูดเปรียบดั่งยาพิษ

คำพูดเปรียบดั่งยาพิษ

                   วาจาที่เป็นยาพิษ คนฟังมีสิทธิ์ฆ่าตัวตายได้
คำพูดมีอิทธิพลต่อคนเราอย่างมาก สามารถสร้างมิตรก็ได้ สร้างศัตรูก็ได้
หรือพูดแล้วทำให้คนฟัง รู้สึกดีมีความหวัง
หรือรู้สึกเจ็บปวดก็ได้อีกเช่นกัน บางครั้งอาจเจ็บลึกกว่าด้วยซ้ำ
เพราะเจ็บที่ใจย่อมลืมเลือนได้ยาก
และในความเป็นจริงแผลใจก็มักจะหายช้ากว่าแผลกาย
กว่าจะทำใจหรือลบเลือนออกไปได้ บางคนอาจให้เวลายาวนาน
ดังนั้น จะพูดจาอะไรก็ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะกับคนที่อ่อนไหว
มีจิตใจเปราะบาง
คำพูดของคุณมีโอกาสที่จะทำร้ายความรู้สึกของเขาได้มากจนคุณอาจจะนึกไม่ถึงทีเดียว

อย่างคนที่มีประวัติเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว
จิตใจของเขาจะหวั่นไหวง่าย คำพูดที่ไม่ควรพูด
กับคนเหล่านี้อย่างเด็ดขาด คือ คำพูดในเชิงเย้ยหยันทำนองว่า
“ไหนเก่งจริงก็ต้องทำ (ฆ่าตัวตาย) ให้สำเร็จสิ”
ซึ่งเท่ากับเป็นการยั่วยุให้อีกฝ่ายลงมือฆ่าตัวตายซ้ำ

กรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อมีคนพูดออกมาอย่างไม่คิดว่า
“ที่เคยฆ่าตัวตายไม่เห็นจะตายจริงเลย” อีกฝ่ายก็โต้กลับทันควันว่า
“เดี๋ยวจะทำให้ดู” จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งห้อยขาอยู่บนระเบียงตึกสูง ๆ
เป็นที่น่าหวาดเสียวของผู้พบเห็น
โชคดีที่มีคนช่วยเกลี้ยกล่อมให้เลิกล้มความคิดที่จะกระโดลงมาก
ไม่อย่างนั้นก็คงกลายเป็นโศกนาฏกรรมอีกราย

วาจาที่เป็นยาพิษอีกแบบหนึ่ง คือ การพูดให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
ไม่เป็นที่ต้องการของใคร ๆ เช่น แม่ที่พูดกับลูกด้วยอารมณ์โกรธว่า
“อยู่ลำบากนักก็ไปตายเสีย” หรือ “อยู่ไปก็รังแต่จะทำให้
คนอื่นเดือดเนื้อร้อนใจ”

กรณีดังกล่าวมีจริง ๆ มีเด็กคนหนึ่งกินยาเพื่อฆ่าตัวตาย
หลังจากช่วยชีวิตไว้ได้แล้ว จิตแพทย์ได้เข้ามาพูดคุย และพบว่า
ทุกครั้งที่แม่ของเด็กคนนั้นโกรธขึ้นมา
แม่ก็จะพูดประชดให้ลูกไปกินยาตายเสีย และปรากฏว่าลูกก็ทำจริง ๆ

เป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าพลั้งเผลอพูดอะไรออกไปโดยไม่ยั้งคิด
แล้วทำให้อีกฝ่ายถึงกับคิดสั้น
เพราะตัวผู้พูดเองก็คงหนีไม่พ้นความรู้สึกผิดที่จะติดฝังอยู่ในในนานเท่านาน
ดีไม่ดี อาจทำให้สุขภาพจิตเสียไปอีก

ดังนั้นต่อจากนี้ไป ขอให้พวกเราทุกคนช่วยกันระมัดระวังคำพูดให้มาก ๆ
โดยเฉพาะวาจาทั้งสองแบบข้างต้น
ซึ่งจัดเป็นคำพูดอันตรายที่สามารถผลักดันให้คนลงมือฆ่าตัวตายได้

และเมื่อใดก็ตาม ที่มีการพยายามฆ่าตัวตายเกิดขึ้น โปรดอย่ามองว่าเขาทำ
เพื่อเรียกร้องความสนใจเลย เพราะการที่ใครสักคนพยายามทำร้ายตัวเอง
นั่นหมายถึง เขาส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากในขณะนั้น
เขากำลังมีความทุกข์ใจแสนสาหัส จนไม่สามารถช่วยตัวเองได้
เขากำลังอยู่ในความสับสนระหว่างความรู้สึกอยากตายและอยากที่จะมีชีวิตอยู่
เสมือนกับคนที่ กำลังยืนอยู่บนทางสองแพร่ง
ถ้ามีใครสามารถช่วยทำให้เขามีความหวังเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งได้
เขาก็พร้อมจะเลือกการมีชีวิตอยู่ต่อไป

Categories: Uncategorized | ใส่ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: