ครบรอบ 22 ปี รำลึกการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร

ครบรอบ 22 ปี รำลึกการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร

 ในวันที่ 1 กันยายน ของทุกปี ถือว่าเป็นวันรำลึกถึงการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยในปีนี้ นายสมโภชน์ มณีรัตน์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี  ได้จัดงานรำลึก 22 ปี สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่จบชีวิตตนเองเมื่อเช้าตรู่วันที่ 1 กันยายน 2533  ณ บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของ สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ได้ทุ่มเททั้งชีวิต และจิตวิญญาณในการอนุรักษ์ป่าและสรรพชีวิตในผืนป่าของคนทั้งชาติ นอกจากนี้ยังปลุกจิตสำนึกให้คนไทยอนุรักษ์ผืนป่าและเห็นความสำคัญของป่าไม้ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ “ป่าห้วยขาแข้ง” และ “ทุ่งใหญ่นเรศวร” ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา

ทางด้าน นายศศิน เฉลิมลาภ  เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร  กล่าวในวันครบรอบ 22 ปี การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร ว่า ตนขอพูดในภาพรวมเรื่องสถานการณ์ป่าไม้ของไทยนับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งถือว่าโดยรวมดีขึ้นมาก เรามีป่าถึง 33% หรือ 130 กว่าล้านไร่ ส่วนแนวโน้มที่จะมีการบุกรกป่า ก็กลับมาฟื้นตัว เพราะมีมาตรการเชิงอนุรักษ์จากหลายภาคส่วน แต่จังหวัดที่ยังน่าเป็นห่วงมาก ๆ ก็คือ จังหวัดตาก และจังหวัดน่าน ซึ่งพบปัญหาการบุกรุกภูเขาสูงจนกลายเป็นภูเขาหัวโล้นจำนวนมาก จึงทำให้ในปีที่แล้ว (2554) จังหวัดน่านเป็นพื้นที่แรกที่ประสบภัยนน้ำท่วมหนัก

อย่างไรก็ตาม นายศศิน กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการจัดการป่าไม้ในจังหวัดน่านั้น ตนคิดว่าทางรัฐควรจะเอาเงินในโครงการเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ มาทุ่มให้กับ 2 จังหวัดนี้เป็นพื้นที่แรก ๆ เพราะลุ่มน้ำน่าน ถือว่าเป็นป่าต้นน้ำสำคัญที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำเข้าไปยังเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิตติ์

นายศศิน ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ความถี่ของน้ำท่วมน้ำแล้งเฉลี่ยจากเดิม 10 ปี ถึงจะมีน้ำท่วมใหญ่สักครั้ง แต่ในระยะหลังพบว่า ค่าเฉลี่ยเป็น 3  ปีต่อครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องนี้มีความสัมพันธ์กับการมีป่าต้นน้ำ และการรักษาพื้นที่ เพราะเขื่อนไม่สามารถรองรับกับน้ำท่วม น้ำแล้งได้แล้ว โดยเฉพาะกรณีการผลักดันเขื่อนแม่วงก์ ที่ทำให้ต้องเสียพื้นที่ป่านับหมื่นไร่ คงไม่สามารถชดเชยด้วยการปลูกป่าเพิ่มได้ทันกับสถานการณ์ จึงคิดว่าไม่ว่าจะมีโครงการใดก็ตามในอนาคต รัฐบาลไม่ควรใช้พื้นที่ป่าไม้เพราะไม่สามารถทดแทนกันได้

 สำหรับประวัติของ สืบ นาคะเสถียร เขามีชื่อเดิมว่า “สืบยศ” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2492 ที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของนายสลับ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนางบุญเยี่ยม สืบ นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดย สืบ นาคะเสถียร เป็นบุตรชายคนโต จบการศึกษาจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา ที่คณะวนศาสตร์ มหาลัยเกษตรศาสตร์เช่นเดียวกัน จนสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2518

สืบ นาคะเสถียร ได้เริ่มชีวิตข้าราชการ โดยบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 สืบได้รับทุนการศึกษาจากบริติชเคาน์ซิล เรียนต่อในระดับปริญญาโทอีกครั้ง สาขาอนุรักษ์วิทยา ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ในอังกฤษ และจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2524

หลังจากที่เขาจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ สืบ นาคะเสถียร กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการ และประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากร ฝึกอบรมพนักงาน พิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น โดยเขาทุ่มเทให้กับการอนุรักษ์ป่าไม้มาโดยตลอด ซึ่งในความคิดของ สืบ นาคะเสถียร แนวทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาการทำลายป่าได้ คือการสร้างแนวป่ากันชนขึ้นมา ให้ชาวบ้านอพยพออกนอกแนวกันชน และพัฒนาแนวกันชนให้เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ปรากฎว่า ไม่ได้รับความสนใจ และความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

จนกระทั่งเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยปืนหนึ่งนัดในป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง การเสียชีวิตของ สืบ นาคะเสถียร เป็นจุดเริ่มต้นของ “ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ”

หลังจากการเสียชีวิตของสืบ บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่า และผู้เกี่ยวข้องได้เปิดประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุกป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดย สืบ นาคะเสถียร ได้พยายามจัดตั้งการประชุมหลายสิบครั้ง แต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สักครั้งจนกระทั่งการเสียชีวิตของสืบ ทำให้มีข้อกล่าวว่า หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน

ความพยายามของสืบก็เป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ.2534 เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เป็นแหล่งมรดกโลกในที่สุด

การอุทิศตนของ สืบ นาคะเสถียร นั้น เป็นการปลุกคนให้ตื่นตัว และลุกขึ้นมาสนใจผืนป่าอย่างจริงจัง วันที่ 1 กันยายนของทุกปี จึงเป็นวันระลึกถึงความเสียสละของท่าน เพื่อให้ทุกคนจดจำ หวงแหนธรรมชาติ และสานต่อเจตนารมณ์ของ สืบ นาคะเสถียร …สืบไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
   , มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

Categories: Uncategorized | ใส่ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: